รายละเอียดคณะ
 
 
 
 
 
 
 

       ตามที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ได้จัดการเรียนการสอนมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2544 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันนับเป็นปีที่ 10 โดยได้ก่อตั้งขึ้นจากปณิธานและความมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาไทยของคณาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิ จากมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนที่มีประสบการณ์ด้านการศึกษามากกว่า 30 ปี จากสถาบันสยามคอมพิวเตอร์และภาษา ซึ่งมหาวิทยาลัยได้มีการพัฒนาการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้ในปีการศึกษา 2553 มหาวิทยาลัยสามารถจัดการเรียนการสอนได้ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก และยังได้ขยายการดำเนินการเรียนการสอนเป็น 2 วิทยาเขต คือ วิทยาเขตสะพานใหม่ และวิทยาเขตรังสิต และนอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังได้รับอนุญาตจากสำนักคณะกรรมการการอุดมศึกษา ให้เปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2553 แล้วนั้น

       จากการพัฒนาด้านการจัดการเรียนการสอนมาอย่างต่อเนื่องดังกล่าวมาข้างต้น ในท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์ของสังคมโลกในทุกด้าน จากการได้มองเห็นถึงสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม ธุรกิจ การเมือง และการศึกษาของโลกและรวมทั้งประเทศไทยที่เกิดขึ้นตลอดเวลา อันมีผลก่อให้เกิดทั้งโอกาส อุปสรรค และภัยคุกคามในสภาวะการณ์ที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งมหาวิทยาลัยฯ ได้เห็นถึงความสำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ด้านการบริหารองค์การ ด้านการเมืองการปกครอง และทางด้านกฎหมาย เป็นต้น เพื่อให้เป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับรองรับการขยายตัวด้านงานการศึกษาของมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ให้ก้าวสู่การพัฒนาประเทศ

       คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ได้จัดตั้งขึ้นมาด้วยเหตุผลที่สำคัญ 2 ประการ ดังนี้
              (1) เพื่อเป็นคณะใหม่ใช้รองรับในการบริหารจัดการหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (รป.บ.)จากคณะศิลปะศาสตร์ ซึ่งได้โอนย้ายมาไว้ในคณะรัฐศาสตร์นี้ โดยได้ทำการเปิดสอนมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว
              (2) เพื่อใช้เป็นคณะใหม่สำหรับใช้รองรับหลักสูตรใหม่จำนวน 3 หลักสูตร ประกอบด้วย
                     1) หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (รป.ม.) สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและเอกชน
                     2) หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) สาขาการจัดการ และ
                     3) หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (นบ.)

       ซึ่งทั้ง 3 หลักสูตรนี้ ได้ดำเนินการเปิดสอนในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2554 เป็นต้นไป

       การจัดตั้งคณะรัฐศาสตร์ ได้นำปณิธานและสมรรถนะของมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพที่เข้มแข็ง และเน้นที่เรื่องคุณธรรม – จริยธรรม ใช้เป็นหลักแนวปฏิบัติในการบริหารจัดการในการดำเนินด้านการศึกษาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของคณะรัฐศาสตร์ และในด้านการเรียนการสอนและการศึกษาค้นคว้าวิจัยของนักศึกษา โดยทางคณะได้สรรสร้างจุดเด่นในตัวผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างเหนือคู่แข่งในสายรัฐศาสตร์ด้วยกัน โดยในการเปิดสอนทั้งหลักสูตรปริญญาตรี-โท-เอก ทางสาขารัฐศาสตร์  และหลักสูตรปริญญาตรี  ทางสาขานิติศาสตร์  โดยนักศึกษาเรียนรู้หาองค์ความรู้ได้จากการใช้รูปแบบสมัยใหม่ “ e-Government & e-Society ” และคณาจารย์ผู้สอนในบทเรียนจากเอกสารตำราที่จัดทำให้และจากห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (e-Library) และเป็น USR & S โดยในชั้นเรียนได้มีการแสดงความคิดเห็นระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา มีการทดสอบ และการจัดทำรายงาน ในทุกวิชาที่เรียนด้วย นอกจากนี้การจัดโครงสร้างหลักสูตรต่างๆ ให้ทันสมัยมีความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมภายนอกที่เปลี่ยนไป ซึ่งทางคณะรัฐศาสตร์มีวิสัยทัศน์ (Vision) ที่ต้องการจะพัฒนานักศึกษาในคณะรัฐศาสตร์ให้มีความรู้ ความเข้าใจในองค์ความรู้ ในเชิงการบริหารจัดการ ทั้งทางด้านสังคมธุรกิจ และการเมืองการปกครอง ในองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรอิสระ มหาชน ได้จริง รวมทั้งต้องเป็นผู้มีคุณธรรม-จริยธรรมในการประกอบวิชาชีพของตนเอง ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อสังคม

 

       จุดเด่นของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งขันมหาวิทยาลัยอื่น
ในสาขาวิชาทางคณะรัฐศาสตร์ ดังนี้
              1. สร้างคนเก่ง ด้วย IT ทาง e-Government ในการบริหารจัดการ
เพื่อใช้ในการเรียนการสอน และใช้สืบค้นหาข้อมูลโดยมุ่งเน้นการใช้ระบบ Computer ทาง WEBSITE และ Internet ของวิชาที่เรียน
              2. สร้างคนดี ด้วยคุณธรรม-จริยธรรม
น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีประชาธิปไตยมาเป็นแนวทางให้นักศึกษาได้มุ่งมั่นประพฤติปฏิบัติตนเอง เป็นคนดีของสังคม และช่วยสร้างความสมานฉันท์ในสังคมไทยที่ถาวรอย่างยั่งยืน ในคำขวัญของมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพที่ว่า.. “ สร้างความรู้ คู่ไอที สร้างคนดี สู่สังคม ”
              3 การนำเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศไทย ในปี พ.ศ.๒๕๕๕
                     1. โดยกลับมาเริ่มต้นจาก สถาบันทางสังคม อันได้แก่ ครอบครัว ชุมชน วัด โบสถ์ มัสยิด และสถานศึกษา มาผนึกกำลังกันและการอบรมกล่อมเกลาชนทุกหมู่เหล่าในสังคม ด้วยใช้หลักธรรมของในแต่ละศาสนาที่นับถือ น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและวิถีประชาธิปไตย มาเป็นแนวทางปฏิบัติสรรค์สร้างความสมานฉันท์ในสังคมไทยลักษณะของเครือข่ายที่เข้มแข็งทั่วประเทศ
                     2. กลไกทางการเมือง ซึ่งจะเป็นกลไกที่สำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จะต้องปรับเปลี่ยนวิถีทางเข้าสู่ความสมานฉันท์และเชิดชูสถาบันหลักของประเทศ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย ผนึกกำลังกันปฏิรูปประเทศไทยให้พัฒนาถาวรสืบต่อไป


 

Copyright North Bangkok University All rights reserved.